~ 50 ~ เร องท 1 ความหมาย ความส าค ญ หล กการของการจ ดการความร ความหมายของการจ ดการความร การจ ดการ หมายถ ง กระบวนการในการส งงานควบค มงานและด าเน นงานเพ อให เก ด การเข าถ งความร ถ ายทอดความร ท ต องด าเน นการร วมก นก บผ ปฏ บ ต งานซ งอาจเร มต น จาก การบ งช ความร ท ต องการใช การสร างและแสวงหาความร การประมวลเพ อกล นกรอง ความร การจ ดการความร ให เป นระบบ การสร างช องทางเพ อการส อสารก บผ เก ยวข อง การ แลกเปล ยน ความร การจ ดการสม ยใหม ใช กระบวนการทางป ญญาเป นส งส าค ญในการค ด ต ดส นใจ และ ส งผลให เก ดการกระท า การจ ดการจ งเน นไปท การปฏ บ ต ความร หมายถ ง ส งท ส งสมมาจากการศ กษาเล าเร ยน การค นคว าหร อประสบการณ ควบค ก บการปฏ บ ต ซ งในการปฏ บ ต จ าเป นต องใช ความร ท หลากหลายสาขาว ชามาเช อมโยง บ รณาการเพ อการค ดและต ดส นใจ และลงม อปฏ บ ต จ ดก าเน ดของความร ค อสมองคน เป น ความร ท ฝ งล กอย ในสมองช แจงออกมาเป นถ อยค าหร อต วอ กษรได ในย คแรกๆ มองว า ความร หร อท นป ญญา มาจากการจ ดระบบและการต ความ สารสนเทศ ซ งสารสนเทศก มาจากการประมวลข องม ล ข นตอนของการเร ยนร เปร ยบด ง ป ระม ตตามร ปแบบน
การจ ดการความร ~ 51 ~ การจ ดการความร (Knowledge Management) หมายถ ง การจ ดการก บ ความร และ ประสบการณ ท ม อย ในต วตน และความร เด นช ดน ามาแบ งป นให เก ดประโยชน ต อตนเองและ องค กร ด วยการผสมผสานความสามารถของคนเข าด วยก นอย างเหมาะสม ม เป าหมายเพ อการ พ ฒนางาน พ ฒนาคน และพ ฒนาองค กรให เป นองค กรแห งการเร ยนร ในป จจ บ นและในอนาคต โลกจะปร บต วเข าส การเป นส งคมแห งการเร ยนร ซ ง ความร กลายเป นป จจ ยส าค ญในการพ ฒนาคน ท าให คนจ าเป นต องสามารถแสวงหาความร พ ฒนา และสร างองค ความร อย างต อเน อง เพ อน าพาตนเองส ความส าเร จ และน าพา ประเทศชาต ไปส การพ ฒนา ม ความเจร ญก าวหน าและสามารถแข งข นก บต างประเทศได คนท กคนม การจ ดการความร ในตนเอง แต ย งไม เป นระบบ การจ ดการความร เก ดข น ได ในครอบคร วท ม การเร ยนร ตามอ ธยาศ ย พ อแม สอนล ก ป ย า ตายาย ถ ายทอด ความร ภ ม ป ญญาให แก ลกหลานในครอบคร ว ท าก นมาหลายช วอาย คน โดยใช ว ธ ธรรมชาต เช น พ ดค ย ส งสอน จดจ า ไม ม กระบวนการท เป นระบบแต อย างใด ว ธ ด งกล าวถ อเป นการ จ ดการ ความร ร ปแบบหน ง แต อย างไรก ตามในโลกย คป จจ บ นม การเปล ยนแปลงอย าง รวดเร วในด าน ต างๆ การใช ว ธ การจ ดการความร แบบธรรมชาต อาจก าวตามโลกไม ท น จ ง จ าเป นต องม กระบวนการท เป นระบบ เพ อช วยให องค กรสามารถท าให บ คคลได ใช ความร ตามท ต องการได ท นเวลา ซ งเป นกระบวนการพ ฒนาคนให ม ศ กยภาพ โดยการสร างและใช ความร ในการปฏ บ ต งานให เก ดผลส มฤทธ ด ข นกว าเด ม การจ ดการความร หากไม ปฏ บ ต จะ ไม เข าใจเร องการจ ดการ ความร น นค อ " ไม ท า ไม ร " การจ ดการความร จ งเป นก จกรรม ของน กปฏ บ ต กระบวนการ จ ดการความร จ งม ล กษณะเป นวงจรเร ยนร ท ต อเน องสม าเสมอ เป าหมายค อ การพ ฒนางาน และพ ฒนาคน การจ ดการความร ท แท จร ง เป นการจ ดการความร โดยกล มปฏ บ ต งาน เป นการ ด าเน น ก จกรรมร วมก นในกล มผ ท างาน เพ อช วยก นด ง " ความร ในคน " และคว าความร ภายนอกมา ใช ในการท างานท าให ได ร บความร มากข น ซ งถ อเป นการยกระด บความร และน า ความร ท ได ร บ การยกระด บไปใช ในการท างานเป นวงจรต อเน องไม จบส น การจ ดการ ความร จ งต องร วมม อ ก นท าหลายคน ความค ดเห นแตกต างในแต ละบ คคลจะก อให เก ดการ สร างสรรค ด วยการใช กระบวนการแลกเปล ยนความร ม ปณ ธานม งม นท จะท างานให ประสบ ผลส าเร จ ด ข นกว าเด ม เม อด าเน นการจ ดการความร แล วจะเก ดนว ตกรรมในการท างาน น น
~ 52 ~ ค อเก ดการต อยอดความร และม องค ความร เฉพาะเพ อใช ในการปฏ บ ต งานของตนเอง การจ ดการความร ม ใช การเอา ความร ท ม อย ในต ารา หร อจากผ เช ยวชาญมากองรวมก นและจ ด หมวดหม เผยแพร แต เป น การด งเอาความร เฉพาะส วนท ใช งานมาจ ดการให เก ดประโยชน ก บ ตนเอง กล ม หร อช มชน การจ ดการความร เป นการเร ยนร จากการปฏ บ ต น าผลจากการปฏ บ ต มาแลกเปล ยน เร ยนร ก น เสร มพล งของการแลกเปล ยนเร ยนร ด วยการช นชม ท าให เป นกระบวนการ แห งความส ข ความภ ม ใจ และการเคารพเห นค ณค าซ งก นและก น ท กษะเหล าน น าไปส การสร างน ส ยค ดบวก ท าบวก มองโลกในแง ด และสร างว ฒนธรรมในองค กร ท ผ คนส มพ นธ ก นด วยเร องราวด ๆ ด วยการ แบ งป นความร และแลกเปล ยนความร จาก ประสบการณ ซ งก นและก น โดยท ก จกรรมเหล าน สอดคล อง แทรกอย ในการท างาน ประจ า ท กเร อง ท กเวลา ศ.นพ.ว จารณ วาน ช ความส าค ญของการจ ดการเร ยนร ห วใจของการจ ดการความร ค อ การจ ดการความร ท อย ในต วบ คคล โดยเฉพาะ บ คคล ท ม ประสบการณ ในการปฏ บ ต งานจนประสบผลส าเร จ กระบวนการแลกเปล ยน เร ยนร ระหว าง คนก บคน หร อกล มก บกล ม จะก อให เก ดการยกระด บความร ท ส งผลต อ เป าหมายของการ ท างาน น นค อ เก ดการพ ฒนาประส ทธ ภาพของงาน คนเก ดการพ ฒนา และส งผลต อเน องไปถ ง องค กร เป นองค กรแห งการเร ยนร ผลท เก ดข นก บการจ ดการความร จ งถ อว าม ความส าค ญต อ การพ ฒนาบ คลากรในองค กร ซ งประโยชน ท จะเก ดข นต อบ คคล กล ม หร อองค กร ม อย างน อย 3 ประการ ค อ 1. ผลส มฤทธ ของงาน หากม การจ ดการความร ในตนเอง หร อในหน วยงาน องค กร จะเก ดผลส าเร จท รวดเร วย งข น เน องจากความร เพ อใช ในการพ ฒนา งาน น นเป นความร ท ได จากผ ท ผ านการปฏ บ ต โดยตรง จ งสามารถน ามาใช ใน การ พ ฒนางานได ท นท และเก ดนว ตกรรมใหม ในการท างานท งผลงานท
~ 53 ~ เก ดข น ใหม และว ฒนธรรมการท างานร วมก นของคนในองค กรท ม ความเอ อ อาทร ต อก น 2. บ คลากร การจ ดการความร ในตนเองจะส งผลให คนในองค กรเก ดการพ ฒนา ตนเองและส งผลรวมถ งองค กร กระบวนการเร ยนร จากการแลกเปล ยนความร ร วมก น จะท าให บ คลากรเก ดความม นใจในตนเอง เก ดความเป นช มชนใน หม เพ อนร วมงาน บ คลากรเป นบ คคลเร ยนร และส งผลให องค กรเป นองค กร แห งการเร ยนร อ กด วย 3. ยกระด บความร ของบ คลากรและองค กร การแลกเปล ยนเร ยนร จะท าให บ คลากรม ความร เพ มข นจากเด ม เห นแนวทางในการ พ ฒนางานท ช ดเจนมาก ข น และเม อน าไปปฏ บ ต จะท าให บ คคลและองค กรม องค กรความร เพ อใช ใน การปฏ บ ต งานในเร องท สามารถน าไปปฏ บ ต ได ม องค ความร ท จ าเป นต อการ ใช งาน และจ ดระบบให อย ในสภาพพร อมใช
~ 54 ~ การท เราม การจ ดการความร ในตนเอง จะพบว าความร ในต วเราท ค ดว าเราม เยอะแล ว น น จร งๆ แล วย งน อยมากเม อเท ยบก บบ คคลอ น และหากเราม การแบ งป นแลกเปล ยน ความร ก บบ คคลอ น จะพบว าม ความร บางอย างเก ดข นโดยท เราคาดไม ถ ง และหากเราเห น แนวทางม ความร แล วไม น าไป ปฏ บ ต ความร น นก จะไม ม ค ณค าอะไรเลย หากน าความร น น ไป แลกเปล ยนและน าไปส การปฏ บ ต ท เป นวงจรต อเน องไม ร จบ จะเก ดความร เพ มข นอย าง มาก หร อท เร ยกว า " ย งให ย งได " หล กการของการจ ดการความร การจ ดการความร ไม ม ส ตรส าเร จในว ธ การของการจ ดการเพ อให บรรล เป าหมายใน เร องใดเร องหน ง แต ข นอย ก บปณ ธานความม งม นท จะท างานของตนหร อ ก จกรรมของกล มให ด ข นกว าเด ม แล วใช ว ธ การจ ดการความร เป นเคร องม อหน งในการ พ ฒนาหร อสร างว ตกรรม ในงาน ม หล กการส าค ญ 4 ประการ ด งน 1. ให คนหลายหลายท กษะ หลากหลายว ธ ค ด ท างานร วมก นอย างสร างสรรค การ จ ดการความร ท ม พล งต องท าโดยคนท ม พ นฐานแตกต างก น ม ความเช อ หร อ ว ธ ค ดแตกต างก น (แต ม จ ดรวมพล งค อ ม เป าหมายอย ท งานด วยก น) ถ า กล มท ด าเน นการจ ดการความร ประกอบด วยคนท ค ดเหม อนๆ ก น การจ ดการ ความร จะไม ม พล งในการจ ดการความร ความแตกต างหลากหลาย ม ค ณค า มากกว า ความเหม อน 2. ร วมก นพ ฒนาว ธ การท างานในร ปแบบใหม ๆ เพ อบรรล ประส ทธ ภาพ และ ประส ทธ ผล ท ก าหนดไว ประส ทธ ผลประกอบด วยองค ประกอบ 4 ประการ ค อ 2.1 การตอบสนองความต องการ ซ งอาจเป นความต องของตนเอง ผ ร บ บร การความต องการของส งคม หร อความต องการท ก าหนดโดยผ น า องค การ 2.2 นว ตกรรม ซ งอาจเป นนว ตกรรมด านผล ตภ ณฑ ใหม ๆ หร อว ธ การ ใหม ๆ ก ได 2.3 ข ดความสามารถของบ คคล และขององค กร 2.4 ประส ทธ ภาพในการท างาน
~ 55 ~ 3. ทดลองและการเร ยนร เน องจากก จกรรมการจ ดการความร เป นก จกรรมท สร างสรรค จ งต องทดลองท าเพ ยงน อยๆ ซ งถ าล มเหลวก ก อผลเส ยหายไม มาก น ก ถ าได ผลไม ด ก ยกเล กความค ดน น ถ าได ผลด จ งขยายการทดลองค อ ปฏ บ ต มากข น จนในท ส ดขยาย เป นว ธ ท างานแบบใหม หร อท เร ยกว าได ว ธ การปฏ บ ต ท ส งผลเป นเล ศ (best practice ) ใหม น นเอง 4. น าเข าความร จากภายนอกอยย างเหมาะสม โดยต องถ อว าความร จากภายนอก ย ง เป นความร ท " ด บ " อย ต องเอามาท าให " ส ก " ให พร อมใช ตามสภาพ ของเรา โดยการเต มความร ท ม ตามสภาพของเราลงไป จ งจะเก ดความร ท เหมาะสมก บ ท เราต องการใช หล กการของการจ ดการความร จ งม นเน นไปท การจ ดการท ม ประส ทธ ภาพ เพราะ การจ ดการความร เป นเคร องม อระดมความร ในคน และความร ในกระดาษท งท เป นความร จาก ภายนอกและความร ของกล มผ ร วมงาน เอามาใช และยกระด บความร ของบ คคล ของ ผ ร วมงาน และขององค กรท าให งานม ค ณภาพส งข น คนเป นบ คคลเร ยนร และองค กรเป น องค กรแห งการ เร ยนร การจ ดการความร จ งเป นท กษะส บส วน เป นความร เช งทฤษฎ เพ ยง ส วนเด ยว การจ ดการ ความร จ งอย ในล กษณะ " ไม ท า - ไม ร "